เปิดทางเลือกใหม่ ทำสวนยางแบบต้นทุนต่ำ เพิ่มกำไรยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของชาวปักษ์ใต้ เนื่องจากยางพาราเป็นไม้ยืนต้น อายุยืน ประมาณ 20-25 ปี ทำให้ยางพาราเป็นพืชที่มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในภาคใต้มาโดยตลอด ระยะหลังยางพารามีราคาสูงมากเมื่อเปรียบเทียบราคาผลผลิตกับพืชชนิดอื่นๆ จูงใจให้เกษตรกรภูมิภาคอื่นๆ หันมาปลูกยางพารามากขึ้น ปัจจุบัน เมืองไทยมีสวนยางที่เปิดกรีดได้แล้ว ประมาณ 13.81 ล้านไร่ กระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศ โดยมีเกษตรกรชาวสวนยาง ประมาณ 1.57 ล้านครัวเรือน ซึ่งภาคใต้ปลูกยางพารามากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ตามลำดับ 997 ครัวเรือน มีแรงงานปลูกยางพาราเฉลี่ย 3.69 คน ต่อครัวเรือนทั่วประเทศมีผลผลิตยางพารา ประมาณ 3.567 ล้านตัน ยางพารามีราคาสูงถึง 87,070 บาท ต่อตัน สร้างรายได้ถึงปีละ 606 ล้านบาท อาชีพการปลูกยางพารา สร้างรายได้ภาคครัวเรือนได้กว่า 197,968 บาท ต่อปี ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนยางจะมีรายได้เฉลี่ย 17,040 บาท ต่อไร่ ต่อปี (เปรียบเทียบกับรายได้จากการปลูกข้าว) ชาวนาจะมีรายได้เฉลี่ย 138,377 บาท ต่อครัวเรือน หรือคิดเป็น 4,315 บาท ต่อไร่ ต่อปี)

กว่าร้อยละ 90 ของสวนยางพาราในประเทศไทย เป็นสวนยางเชิงเดี่ยวและขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอนของราคายาง ส่วนที่เหลือมีการทำสวนยางแบบวนเกษตรเพื่อลดความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ในขณะที่ด้านสังคมศาสตร์ของวนเกษตรยางพาราดูเหมือนจะถูกมองข้ามโดยเกษตรกรและนักวิชาการส่วนใหญ่ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความมั่นคงทางสังคม ซึ่งเป็นคุณค่าที่ซ้อนเร้นของระบบวนเกษตรยางพาราในภาคใต้ของประเทศไทย และเชื่อมโยงสู่ความเข้มแข็งของชุมชนชนบทในอนาคต สำหรับระเบียบวิธีการวิจัยที่ใช้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีการพัฒนาตัวชี้วัดความมั่นคงทางสังคม รวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาแบบเจาะจง ได้แก่ เกษตรกรที่ทำวนเกษตรยางพาราในจังหวัดสงขลาและพัทลุง จำนวน 12 ราย และตรวจสอบกับเพื่อนบ้าน 36 ราย และผู้นำหมู่บ้าน 12 ราย แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างที่ทำวนเกษตรยางพาราทั้งหมด (1) มีความรู้ในการทำวนเกษตรยางพารามากขึ้นตั้งแต่ระดับมืออาชีพถึงระดับกึ่งทักษะ (2) ได้รับการยอมรับจากบุคคลและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และ (3) มีสุขภาพดีขึ้นเป็นผลจากการทำงานในสวนที่ร่มรื่น สดชื่น และได้บริโภคผลผลิตพืชร่วมยางแบบอินทรีย์หรือใช้สารเคมีทางการเกษตรน้อย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่บริจาคผลผลิตพืชร่วมยางระหว่างร้อยละ 8-80 ของปริมาณผลผลิตพืชร่วมยางที่ผลิตได้และเข้าร่วมในเครือข่ายส่งเสริมการทำวนเกษตรยางพารา กลุ่มตัวอย่างครึ่งหนึ่งเข้าร่วมกลุ่มในชุมชนที่ส่งเสริมการทำวนเกษตรยางพารา และกลุ่มตัวอย่างจำนวนน้อยใช้และบริจาคผลผลิตพืชร่วมยางเพื่อใช้ในงานประเพณีต่างๆ นอกจากนี้ ความมั่นคงทางสังคมของเกษตรกรที่ทำวนเกษตรยางพารายังอาจช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนเกษตรในอนาคตได้ แต่ระดับของชุมชนเข้มแข็งนี้ขึ้นอยู่กับตัวเร่งต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวิจัยระบบวนเกษตรยางพารา นโยบายสาธารณะที่ส่งเสริมการทำวนเกษตรยางพารา การเพิ่มจำนวนเกษตรกรที่ทำวนเกษตรยางพารา การขยายพื้นที่วนเกษตรยางพารา และความหลากหลายของชนิดวนเกษตรยางพาราในแต่ละชุมชน ในอนาคตระบบวนเกษตรยางพาราอาจใช้เป็นมาตรการแบบประเพณีที่ช่วยเสริมโปรแกรมประจำด้านสวัสดิการทางสังคมของรัฐบาลในพื้นที่ชุมชนชาวสวนยางที่มีอยู่จำนวนมาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สาระน่ารู้จาก บริษัท ไทยเซ็นจูรี่ เคมิคัลส์ จำกัด

X
หน้าแรก
ค้นหา
สาระน่ารู้